ข่าวอัพเดท » ‘ลุงเหลา’ อดีตแกนนำ คลองด่าน ร้อง ‘เสรีพิศุทธ์’ขอความเป็นธรรมให้’วัฒนา

‘ลุงเหลา’ อดีตแกนนำ คลองด่าน ร้อง ‘เสรีพิศุทธ์’ขอความเป็นธรรมให้’วัฒนา

21 ตุลาคม 2021
312   0

นายเฉลา ทิมทอง อดีตแกนนำชาวคลองด่าน เข้ายื่นหนังสือร้องเรียน ต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ขอความเป็นธรรมให้นายวัฒนา อัศวเหม ที่ถูกกล่าวหาว่าโกงเรื่องบำบัดน้ำเสียคลองด่าน โดยขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่า คณะทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. อัยการสูงสุดว่าเอาหลักฐานการทุจริตของนายวัฒนามาจากไหนเป็นโจทก์ฟ้องนายวัฒนา อัศวเหม ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดย นายเฉลา ยืนยันว่าตนมีข้อมูล เอกสารเกี่ยวกับการทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านอยู่มาก ไม่มีเอกสารฉบับใดระบุว่านายวัฒนา อัศวเหม มีส่วนฉ้อโกงโครงการน้ำเสียคลองด่าน

เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่รัฐสภา นายเฉลา ทิมทอง อายุ 73 ปี อดีตแกนนำชาวคลองด่าน เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้นำเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมให้นายวัฒนา อัศวเหม เพื่อให้คณะกรรมการฯ ตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. และสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าเอาหลักฐานการทุจริตของนายวัฒนา มาจากไหน มาเป็นโจทย์ฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และถามคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีทุจริตโครงการก่อสร้างฯ ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 3 เมษายน 2546 เหตุใดจึงไม่ไต่สวนข้อเท็จจริง ผู้ที่เป็นตัวการย้ายบ่อบำบัดน้ำเสียฯ และให้ตรวจสอบกรมสอบสวนคดีพิเศษ เอาข้อมูลข้อเท็จจริงการกระทำผิด-ทุจริตฯ ว่านายวัฒนา มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร และตรวจสอบกรมควบคุมมลพิษเอาหลักฐานอะไรให้ทนายความฟ้องอาญาข้อหาฉ้อโกงต่อศาลแขวงดุสิต และเอาหลักฐานความเสียหายอะไรมาตั้งคณะกรรมการเรื่องความผิดรับผิดชอบละเมิด ฟ้องต่อศาลแพ่งให้นายวัฒนา ชดใช้ค่าเสียหายสินไหมทดแทนให้แก่กรมควบคุมมลพิษ จำนวน 5,033 ล้านบาท

นายเฉลา ชาวคลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ อดีตแกนนำคนสำคัญคัดค้านการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย ที่ ต.คลองด่าน เนื่องจากศึกษาอย่างละเอียดลึกซึ้งแล้วพบว่าจะเกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ และวิถีชีวิตชุมชนชาวคลองด่านและใกล้เคียงอย่างมากมายเหลือคณานับ

นายเฉลา เปิดเผยว่า ตนได้รับแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมาธิการ มีหน้าที่รวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมด ส่งให้เลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อส่งอัยการเป็นข้อมูลประกอบในการดำเนินการทางคดีในโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียฯ ในคราวประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 17 (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม 2548 วุฒิสภาลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น 1 คณะ เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานของกระทรวงทรัพยาการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานอัยการสูงสุด และกรมที่ดิน

นายเฉลา ยืนยันว่า จากการที่ตนเป็นอดีตแกนนำคัดค้านการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียและมีเอกสารอยู่เป็นจำนวนมากจึงมีข้อสรุปให้สังคมและร้องขอความยุติธรรมให้นายวัฒนา อัศวเหม ต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ดังนี้

1.ข้อมูลเกี่ยวกับเอกสารการทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านจำนวนมาก ทั้งหมดไม่มีเอกสารฉบับใดเลยที่ระบุว่า “นายวัฒนา อัศวเหม” เป็นตัวการ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงโครงการดังกล่าว โดยนายวัฒนาตกเป็นผู้ต้องหา และจำเลยสังคมมาโดยตลอดกรณีย้ายโครงการที่เดิมมีมติคณะรัฐมนตรีให้ก่อสร้าง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาไปไว้ที่ตำบลคลองด่าน

2.ไม่มีเอกสารฉบับใดระบุว่า นายวัฒนา เอาที่ดินสาธารณะ และคลองสาธารณะไปออกโฉนดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีเอกสารว่านายวัฒนาเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทคลองด่านมารีน แอนด์ ฟิชเชอรี่ จำกัด ผู้ขายที่ดินให้กรมควบคุมมลพิษ เพื่อใช้ก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย

3.นายวัฒนา และเครือญาติไม่มีชื่อถือหุ้นในกลุ่มกิจการร่วมค้า ผู้ชนะประมูลรับเหมาก่อสร้างโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย

4.ไม่มีหลักฐานว่านายวัฒนา ใช้อำนาจหน้าที่ทางการเมืองบังคับข่มขืนใจ จูงใจ ให้เจ้าพนักงานปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างหลักฐานเป็นเท็จให้นายวัฒนา เพื่อใช้ประโยชน์เบิกเงินค่าที่ดินจากกรมควบคุมมลพิษ โดยอ้างอิงจากหนังสือ ป.ป.ช. ที่ 0022/1991 ลงวันที่ 30 กันยายน 2562 ถึงนายณรงค์ ยอดศิรจินดา จึงเห็นว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2551 ขัดแย้งกับคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ว่า นายวัฒนากระทำความผิด พิพากษาจำคุกนายวัฒนา 10 ปี

นายเฉลา ระบุในหนังสือร้องเรียน ว่า ‘ จึงเห็นว่าคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาคดีหมายเลขแดงที่ อม 2/2552 ขัดแย้งกับคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช ว่านายวัฒนากระทำความผิดพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 10 ปี’

‘ ปัจจุบันนายวัฒนาอายุ 87 ปี อีกห้าปีจะขาดอายุความตอนนั้นนายวัฒนาจะมีอายุ 92 ปี ในด้านจิตใจของคนสูงอายุ ย่อมว้าเหว่ อดที่จะคิดถึงลูกหลาน ญาติพี่น้องและเพื่อนที่รู้จักกันมาในวัยเด็กที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ แม้แต่นายพูลผล อัศวเหม ซึ่งเป็นลูกชายเสียชีวิตยังไม่สามารถมางานศพลูกได้’ นายเฉลากล่าวในที่สุด

ภาพข่าว อ้วนกมล