ข่าวอาชญากรรมทางเทคโนโลยี » “บิ๊กโจ๊ก”ประสานความร่วมมือตำรวจกัมพูชา ทลายแหล่งลักลอบเปิดพนันออนไลน์ในกัมพูชา

“บิ๊กโจ๊ก”ประสานความร่วมมือตำรวจกัมพูชา ทลายแหล่งลักลอบเปิดพนันออนไลน์ในกัมพูชา

24 เมษายน 2022
275   0

​ตามที่เมื่อวันที่ ๑๒ เม.ย.๖๕ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะได้เดินทางไปยังประเทศกัมพูชา เข้าพบและประสานความร่วมมือกับ พล.ต.อ.เน็ท สะเวิน ผบ.ตร.ประเทศกัมพูชา เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการป้องกันการหลอกลวงคนไทยมาทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา รวมทั้งการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทุกรูปแบบ จนสามารถช่วยเหลือคนไทยที่ถูกบังคับทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์และหลอกลวงลงทุน จากกรุงพนมเปญ เมืองพระสีหนุ เมืองบาร์เวต และเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ส่งกลับมายังประเทศไทยรวมจำนวนทั้งสิ้น ๑๐๐ คน และได้มีการส่งตัวคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือกลับมาเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อ และติดตามจับกุมดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ตามที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อโทรทัศน์และโซเชียลมีเดีย นั้นภายหลังจากความร่วมมือระหว่างสองประเทศดังกล่าว พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. สืบสวนหาข่าว ติดตาม และจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย

โดยเฉพาะความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับคนไทยจำนวนหลายร้อยล้านบาทต่อปี ซึ่งมีการลักลอบกระทำผิดมาจากฝั่งประเทศกัมพูชา จึงได้มีการประสานข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา เพื่อดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามข้อมูลที่ได้รับแจ้งต่อไป ​ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ ๒๐ เม.ย.๖๕ จากการประสานงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศกัมพูชา ได้เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ ๘ ชั้น บริเวณชายแดนประเทศกัมพูชากับชายแดนไทย เขตพื้นที่จังหวัดไพลิน ประเทศกัมพูชา (จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด) พบว่ามีการลักลอบเปิดให้มีการพนันออนไลน์ โดยมีคนไทยจำนวน ๖ คน ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลการลักลอบเปิดการพนันออนไลน์จุดดังกล่าว ซึ่งได้ถูกควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกัมพูชาต่อไป นอกจากนี้ ยังตรวจพบคนไทยลักลอบเข้ามาพักอาศัยภายในอาคารดังกล่าว จำนวน ๘๗ คน จากการตรวจสอบทราบว่า คนไทยกลุ่มดังกล่าวเดินทางมายังประเทศกัมพูชาโดยต้องการจะมาทำงานผิดกฎหมาย ทางตำรวจไทยจึงได้ประสานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อมูลและจะส่งตัวคนไทยทั้งหมดกลับมายังประเทศไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดแยกเหยื่อและขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

​วันนี้ (๒๒ เม.ย.๖๕) เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. และพล.ต.ไซย นัม รอง ผบก.ตม.จว.ไพลิน ประเทศกัมพูชา ได้เดินทางมายังจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เพื่อมารับ-ส่งตัวคนไทยจำนวน ๘๗ คนที่ถูกส่งตัวกลับมายังประเทศไทย รวมทั้งได้เชิญเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมหารือเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ระหว่างไทย-กัมพูชา โดยในส่วนของคนไทยที่กลับมานั้นจะมีการตรวจสอบข้อมูลและส่งตัวเข้ากระบวนการตามมาตรการสาธารณสุข และกระบวนการคัดแยกเหยื่อต่อไป
​พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในการจับกุมและผลักดันคนไทยกลับมายังประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือกันของตำรวจไทย-กัมพูชา ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางตำรวจไทยยังมีข้อมูลที่จะแลกเปลี่ยนกับตำรวจกัมพูชาในการดำเนินคดีและเข้าจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับทางเทคโนโลยีโดยจะมีการดำเนินคดีอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับคนไทยที่รับตัวกลับมาในครั้งนี้ จะมีการตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่เหยื่อจากการบังคับใช้แรงงาน จะมีการดำเนินคดีโดยเด็ดขาดทั้งหมด เพื่อเป็นการปราบปรามการลักลอบเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเพื่อไปทำงานผิดกฎหมายในต่างประเทศ