ข่าวอาชญากรรมทางเทคโนโลยี » แห่แจ้งตำรวจ ปคบ.โดน “พิมพ์มารา”โกงซื้อหน้ากากอนามัย กว่า 10 ราย รวม 2.6 ล้านบาท

แห่แจ้งตำรวจ ปคบ.โดน “พิมพ์มารา”โกงซื้อหน้ากากอนามัย กว่า 10 ราย รวม 2.6 ล้านบาท

17 เมษายน 2020
110   0

เวลา 10.00 น.วันที่16 เม.ย.63 ที่ กก.1 บก.ปคบ. กลุ่มผู้เสียหาย 16 คน เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.กิตติกร วงศ์สุนทรทรัพย์ รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ปคบ.กรณีถูกโกงซื้อหน้ากากอนามัย โดยมีการโอนเงินให้บุคคลชื่อ “พิมพ์มารา หินกล้า” แต่ไม่มีการส่งสินค้า มูลค่ารวม 2.6 ล้านบาท และมีการแอบอ้างชื่อบริษัทผลิตหน้ากากอนามัยได้รับความเสียหาย คาดว่ามีผู้เสียหายอีกจำนวนมาก

กลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คนร้อง ตร.ปคบ.กรณีถูกโกงซื้อหน้ากากอนามัย โดยมีการโอนเงินให้แต่ไม่มีการส่งสินค้า และ มีการแอบอ้างชื่อบริษัทผลิตหน้ากากอนามัยได้รับความเสียหาย คาดว่ายังมีผู้เสียหายมากกว่า 100 คน และมีความเสียหายอีกว่า 5 ล้านบาท

น.ส.สาวินี ว่องเชาว์นิมิต หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเองเห็นมีการโพสต์ขายหน้ากากอนามัยจากในเฟสบุ๊กของบุคคลที่เคยทำการซื้อ-ขายเสื้อผ้าร่วมกันก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 โดยอ้างว่าสามารถสั่งซื้อหน้ากากอนามัยได้โดยตรงจากโรงงานผลิตในราคาต้นทุนและสามารถนำมาขายได้ในราคากล่องละ 125 บาท จึงวางใจตกลงซื้อสินค้าสั่งซื้อสินค้าพร้อมโอนเงินไปเมื่อกลางเดือน มี.ค. ซึ่งตามกำหนดการจะต้องได้สินค้าช่วงปลายเดือน แต่ต่อมามีการบ่ายเบี่ยงว่าโรงงานมีปัญหาไม่สามารถส่งสินค้าตามกำหนดจะขอเลื่อนส่งไปอีก 15 วัน แต่เมื่อถึงกำหนดก็ไม่สามารถส่งสินค้าให้ได้ เมื่อเรียกขอดูหลักฐานว่ามีการโอนเงินให้โรงงานจริงหรือไม่ก็ไม่สามารถแสดงหลักฐานให้ดูได้อีกทั้งผู้เสียหายบางคนก็เคยได้รับสำเนาสัญญาปลอมที่คู่กรณีนำมาแอบอ้างจนกระทั่งเมื่อมีการตรวจสอบไปยังเจ้าของโรงงานที่รับผลิตหน้ากากอนามัยจึงพบว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่เรื่องจริงและคู่กรณีก็ออกมายอมรับกับผู้เสียหายว่าไม่สามารถจัดหาสินค้าให้ได้ตามที่ตกลงจะขอคืนเงินให้ในวันที่ 20 เม.ย.

ด้าน น.ส.รัตน์ติภรณ์ ทองดอนยอด ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการที่ถูกทำสัญญากล่าวยอมรับว่าบริษัทตนผลิตหน้ากากอนามัยจริง แต่เป็นการทำส่งให้กับอุตสาหกรรมเท่านั้นไม่เคยผลิตหน้ากากอนามัยทางการแพทย์และไม่เคยประกาศขายทางออนไลน์ ยืนยันไม่รู้จักและเกี่ยวข้องกับคนที่แอบอ้างบริษัทตน แต่คาดว่าที่ถูกนำชื่อไปใช้ในหลอกผู้เสียหายจำนวนมากครั้งนี้มาจากการที่กรมการค้าภายในเข้าตรวจสอบแหล่งผลิตหน้ากากอนามัยและเป็นข่าวเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา

ร.ต.อ.กิตติกร กล่าวว่าเบื้องต้นรับแจ้งความจากผู้เสียหายไว้ จะรวบรวมหลักฐานเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายบางรายได้มีการแจ้งความท้องที่เกิดเหตุ และดำเนินการอายัดบัญชีที่ผู้แจ้งกล่าวหาไว้แล้ว อย่างน้อยก็จะทำให้ไม่สามารถเบิกถอนเงินออกจากบัญชีได้