คอลัมน์ตำรวจ » ‘บิ๊กแป๊ะ’ ออกหนังสือเรียกตัว ‘พนักงานสอบสวน’ กลับต้นสังกัด ทุกหน่วย หลังพบปัญหา ขาดแคลน ส่งผลกระทบงานให้บริการ ‘ปชช.’ ในการอำนวยความยุติธรรม

‘บิ๊กแป๊ะ’ ออกหนังสือเรียกตัว ‘พนักงานสอบสวน’ กลับต้นสังกัด ทุกหน่วย หลังพบปัญหา ขาดแคลน ส่งผลกระทบงานให้บริการ ‘ปชช.’ ในการอำนวยความยุติธรรม

13 มิถุนายน 2020
59   0

วันที่ 13 มิถุนายน 2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีหนังสือถึง จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) และ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บัญชาการ (ผบช.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้บังคับการ (ผบก.) ในสังกัดสำนักงาน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สง.ผบ.ตร.) หรือตำแหน่งเทียบเท่า ผู้อำนวยการ/หัวหน้าทุกศูนย์ปฏิบัติการ เรื่องการปรัปรุงประสิทธิภาพงานสอบสวน โดยหนังสือดังกล่าว ระบุว่า ด้วย ตร. มีนโยบายที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพงานสอบสวน เนื่องจากปัจจุบันประสบปัญหาการขาดแคลนข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน โดยมีสาเหตุหนึ่งมาจาก ผู้บังคับบัญชา ผู้มีอำนาจ หรือหน่วยต่าง ๆ มีคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่อื่นที่มีใช่งานสอบสวนทำให้เกิดผลกระทบต่อการบริการประชาชนในการอำนวยความยุติธรรม

ดังนั้น เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมกับประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับเพื่อให้การบริหารงานบุคคลในภาพรวมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ดำเนินการ ดังนี้

(1.) ยกเลิกคำสั่งที่สั่งการให้ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนไปปฏิบัติราชการใน ตร. และการไปช่วยราชการนอกสังกัด ตร. การไปปฏิบัติราชการ หรือการอนุมัติเดินทางไปปฏิบัติราชการของศูนย์ปฏิบัติการต่าง ๆ รวมถึงการไปรักษาความบลอดภัยบุคคลสำคัญทุกกรณี เว้นแต่

1.1 คำสั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนในสถานีตำรวจไปปฏิบัติราชการงานสอบสวนในสถานีตำรวจ
1.2 คำสั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนที่ไม่ใช่ในสถานีตำรวจไปปฏิบัติราชการงานสอบสวนในสถานีตำรวจหรืองานสอบสวนอื่น
1.3 คำสั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนที่มีกรณีเป็นที่สงสัยว่า ประพฤติบกพร่องต่อหน้าที่ หรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่า กระทำความผิดทางวินัย หรืออยู่ระหว่างต้องหาในคดีอาญา หรือ ถูกฟ้องคดีอาญา หากให้ปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานเดิม อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้ ทั้งนี้ ให้ส่งตัวข้าราชการตำรวจกลุ่มดังกล่าวกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งเดิม ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่สั่งการนี้

กรณีการช่วยราชการนอกสังกัด ตร.ให้ สกพ. มีหนังสือแจ้งให้ส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่ขอตัวข้าราชการตำรวจไปช่วยราชการ ส่งตัวข้าราชการตำรวจกลุ่มดังกล่าว กลับต้นสังกัด สำหรับการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ ให้ กองบัญชาการสันติบาล (บช.ส.) ดำเนินการให้หัวหน้าสถานีตำรวจ หรือผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดระดับกองบังคับการ (บก.) แล้วแต่กรณี ติดตามข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนที่ถูกยกเลิกคำสั่งข้างต้น กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งเดิมทุกราย ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่สั่งการนี้ หากข้าราชการตำรวจดังกล่าว ยังไม่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ ให้รายงาน ตร.(ผ่าน สกพ.) ทราบภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่สั่งการนี้

2 .ห้ามมิให้ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจทุกระดับชั้น สั่งให้ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน ไปปฏิบัติราชการใน ตร. หรือการปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการต่าง ๆ การไปช่วยราชการนอกสังกัด ตร. รวมถึงการไปรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ เว้นแต่เป็นการสั่งการ ตามข้อ 1.1 ถึง 1.3 หรือมีเหตุผลความจำเป็นอย่งยิ่ง ตร. จะพิจารณาเป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายไป

3. ให้หัวหน้าสถานีตำรวจ จัดให้ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนทุกราย อยู่ปฏิบัติหน้าที่เข้าเวรสอบสวน โดยให้ปฏิบัติหน้าที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ตามประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 25 เวรยาม สายตรวจ กองรักษาการณ์ บทที่ 8 พนักงานสอบสวนเวร เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง และกำชับให้หัวหน้าสถานีตำรวจควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติของข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนอย่างเคร่งครัด ตามคำสั่ง ตร ที่ 354/2562 ลง 20 มิถุนายน 2562 เรื่อง หน้าที่รับผิดชอบในการอำนวยความยุติธรรมทางอาญาของหัวหน้าพนักงานสอบสวน

4. กรณีจำเป็นอย่างยิ่งที่ข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนได้ตามปกติ ในการเบิกจ่ายเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวนและปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน ให้หน่วยต่าง ๆ ดำเนินการเป็นไปด้วยความถูกต้องและตามความเป็นจริง โดยยึดถือระเบียบ ก.ตร.ว่าด้วยเงินเพิ่มเป็นกรณีพิเศษสำหรับตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสอบสวน พ.ศ.2559 อย่างเคร่งครัด และหากตรวจพบว่ามีการฝ่าฝืน จะพิจารณาข้อบกพร่องผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น

5.ให้ จต. สตส และผู้บังคับบัญชาระดับ บช. และ บก. ที่รับผิดชอบงานจเรตำรวจตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนเวรทุกรายแล้วบันทึกผลการตรวจให้ชัดเจน โดยผลการตรวจสอบจะต้องสอดคล้องกับสถิติการรับคดีในระบบ CRIMES และคำสั่งการให้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรโดยหากพบข้อบกพร่องให้ดำเนินการทางวินัยตามอำนาจหน้าที่ แล้วรายงานให้ ตร. ทราบ เพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด