ข่าวอาชญากรรม » ตร.สน.ลาดพร้าว รวบ 2 หนุ่ม ตระเวนลักรถ จยย. ในหลายท้องที่ รับสารภาพ เรียนรู้จาก ยูทูป

ตร.สน.ลาดพร้าว รวบ 2 หนุ่ม ตระเวนลักรถ จยย. ในหลายท้องที่ รับสารภาพ เรียนรู้จาก ยูทูป

13 มิถุนายน 2020
93   0

วันที่ 13 มิถุนายน 2563 พ.ต.อ.รุ่งสกุล บุญกระพือ ผกก.สน.ลาดพร้าว, พ.ต.ท.สถาปนา จุณณวัตต์ รอง ผกก.สส.สน.ลาดพร้าว, พ.ต.ต.อัสนี ตระกูลฐิติทรัพย์ และ พ.ต.ต.ชาติชาย ดำรัสการ สว.สส.สน.ลาดพร้าว ร่วมกันนำกำลังจับกุม นายชัยวัฒน์ หรือ มาร์ค จันทร์เจริญ อายุ 21 ปี และ นายชัยชาญ หรือ รุ่ง กำไมล์ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตระเวนลักรถจักรยานยนต์ตามอพาร์ตเมนต์ พร้อมของกลางอุปกรณ์งัดแงะ และกุญแจรถจักรยานยนต์จำนวนหนึ่ง โดยจับกุมที่บริเวณกลางหมู่บ้านวงศกร 5 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากตำรวจนครบาลลาดพร้าว ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นเอ็มสแลช สีขาวดำ ทะเบียน 9 กม 1104 กรุงเทพมหานคร ได้หายไปจากลานจอดรถอพาร์ตเมนต์ ในซอยนวมินทร์ 69 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร จากนั้นตำรวจฝ่ายสืบสวนนครบาลลาดพร้าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบรูปพรรณคนร้ายอย่างชัดเจน กระทั่งทราบว่า คนร้ายรายนี้คือ นายชัยชาญ หรือ รุ่ง พักอาศัยอยู่บริเวณกลางหมู่บ้านวงศกร 5 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ จึงนำกำลังไปตรวจสอบจนสามารถจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลาง ตลอดจนขยายผลจับกุมนายชัยวัฒน์ หรือ มาร์ค ผู้ร่วมก่อเหตุไว้ได้ด้วย ก่อนควบคุมตัวสอบสวนที่สถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ตลอดจนติดยาเสพติด หนำซ้ำ นายชัยชาญ หรือ รุ่ง มีลูกที่เพิ่งคลอดได้เพียง 6 เดือน ทำให้มีความต้องการใช้เงิน จึงศึกษาวิชาการโจรกรรมรถจักรยานยนต์ จากในเว็บไซต์ยูทูป จึงทำการดัดแปลงอุปกรณ์งัดแงะ และฝึกจนช่ำชอง จากนั้นพากันตระเวนไปตามหอพัก อพาร์ตเมนต์ ที่มีลานจอดรถจักรยานยนต์ จอดเรียงกันหลายๆ คัน และไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา

จากนั้น นายชัยชาญ หรือ รุ่ง จะตีเนียนเป็นเจ้าของรถเข้าไปลงมือก่อเหตุ โดยมี นายชัยวัฒน์ หรือ มาร์ค เป็นคนดูต้นทาง และมักจะเลือกรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า รุ่นเอ็มที 15 และ รุ่นเอ็มสแลช เป็นหลัก เนื่องจากเป็นรุ่นที่นิยมในท้องตลาด ก่อนจะนำไปขายตกราคาคันละ 30,000 บาทเท่านั้น และนำเงินที่ได้ไปซื้อยามาเสพ ทั้งนี้ คนร้ายกลุ่มนี้ยังอาศัยช่วงที่ทางรัฐบาลประกาศใช้กฎหมายเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถาน ทำให้เลือกช่วงเวลาลงมือก่อเหตุให้แล้วเสร็จก่อนช่วงเวลาห้ามออกนอกเคหสถาน เพราะผู้เสียหายจะไม่ทราบว่าทรัพย์สินได้หายไปแล้ว กว่าจะทราบก็พ้นช่วงเวลานั้นไปนานแล้ว อีกทั้งยังหลบเลี่ยงการตรวจค้นของทางตำรวจอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อทำการขยายผลผู้ต้องหายอมรับว่า ลงมือก่อเหตุในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว 4 ครั้ง, สน.บางเขน 1 ครั้ง และ สน.ทุ่งสองห้อง 1 ครั้ง ทั้งนี้ หากมีผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายกลุ่มนี้ลงมือก่อเหตุ สามารถตรวจสอบได้ที่ สน.ลาดพร้าว เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ หรือ รับของโจร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป